บัญชี ECN มีเงื่อนไขพิเศษและโบรกเกอร์ ECN ที่ดีที่สุด (https://brokerreview.net/5-best-ecn-brokers-in-2018)ก็ไม่ง่ายที่จะหาเจอ บทความนี้จะช่วยคุณเลือกโบรกเกอร์ ECN ที่เหมาะสม โดยระบุสิ่งที่ควรมีในโบรกเกอร์ ECN ที่ดีที่สุด ด้านล่างนี้คือรายการโบรกเกอร์ ECN ชั้นนำทั้ง 5 ในตลาด:
1, Exness.com 8/10
2, FxPro.com 7.5/10
3, XM.com 7.5/10
4, ICmarkets.com 7/10
5, FXTM.com 6.5/10

อะไรคือสิ่งที่จำเป็นในตัวโบรกเกอร์ ECN ที่ดีที่สุด?
+ ความน่าเชื่อถือ
+ ค่าใช้จ่ายในการเทรด
+ เงื่อนไขการเทรด
+ บริการช่วยเหลือ

ความน่าเชื่อถือ
นั่นถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเมื่อผู้เทรดทำการเลือกโบรกเกอร์ในตลาดฟอเร็กซ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับโบรกเกอร์ ECN บัญชี ECN นั้นโดยส่วนมากแล้วออกแบบมาสำหรับผู้เชี่ยวชาญหรือเทรดเดอร์มากประสบการณ์ และพวกเขาก็ต่างเลือกเฉพาะโบรกเกอร์ ECN รายใหญ่ พวกเขามักเทรดและฝากเงินจำนวนมาก ดังนั้นพวกเขาจึงเลือกโบรกเกอร์ ECN ที่วางใจได้ที่สุด พวกเขายอมจ่ายมากกว่าเพื่อที่จะได้ร่วมงานกับโบกเกอร์ที่ดี

เราจะทราบได้อย่างไรว่าโบรกเกอร์นั้นวางใจได้หรือไม่?
ด้วยการตรวจสอบที่การควบคุมของพวกเขา เราสามารถระบุได้ว่าโบรกเกอร์นั้นวางใจได้หรือไม่ การควบคุมคือใบอนุญาต ที่ได้รับจากองค์กรการเงินที่ได้รับความเชื่อถือ มอบให้กับโบรกเกอร์เพื่อทำการควบคุมโบรกเกอร์นั้นๆ หากโบรกเกอร์ต้องการได้รับใบอนุญาต พวกเขาต้องผ่านมาตรฐานที่ระบุดังต่อไปนี้
- เลเวอเรจสูงสุด
- โบรกเกอร์ forex ที่แพร่กระจายต่ำสุด (https://brokerreview.net/lowest-spread-brokers-2018)
- เงินกองทุนต่ำสุดของโบรกเกอร์
- โบนัส
- การแยกบัญชีเพื่อปกป้องลูกค้า
- การหลีกเลี่ยงข้อความโฆษณา เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดของผู้เทรด...
ดังที่ได้กล่าวไปนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะได้รับใบอนุญาต ดังนั้น โบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาตจึงมักเชื่อถือได้ หากประเทศของคุณมีกฎเกณฑ์อยู่แล้ว โบรกเกอร์ที่ได้รับการควบคุมนั้น ถือว่าวางใจได้เพียงพอสำหรับผู้เทรดที่จะร่วมงานด้วย อย่างไรก็ตาม เป็นการดีกว่าที่จะมีมากกว่าหนึ่งการควบคุม
การควบคุมของโบรกเกอร์ FOREX ที่ดีที่สุดในประเทศไทยป (https://brokerreview.net/best-forex-broker-in-thailand-2018):
a.FXTM: IFSC
b.ICmarkets: ASIC
c.XM: CySEC, FCA, ASIC
d.FxPro: CySEC, FSB, FCA, DFSA
e.Exness: CySEC, FCA

เป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้วว่า พวกเขามีอย่างน้อยหนึ่งการควบคุมที่พึ่งพาได้ ต่อมา เราไปดูกันที่ข้อดีอื่นๆ
ค่าใช้จ่ายต่ำ
ค่าสเปรดและคอมมิชชั่นที่สูงที่สุดมักตกเป็นของโบรกเกอร์ US อย่างไรก็ตาม หนึ่งใน TOP 5 ของเรานั้น คิดค่าบริการต่ำถึง 50% ของโบรกเกอร์ US
พวกเขามีสเปรด ECN เริ่มต้นที่ 0.0xx ปิ๊ป และ $5 ถึง $7 ต่อล็อต ค่าบริการสเปรดที่ต่ำที่สุดเป็นของ Exness
ระบบการชำระเงินที่ดีสำหรับผู้เทรดชาว เอเชีย ออสเตรเลีย และ แอฟริกา
ผมทราบว่าโบรกเกอร์ US และ UK ที่ดีนั้นมีอยู่จริง และพวกเขาก็ค่อนข้างดีมากในประเทศบ้านของพวกเขา อย่างไรก็ตาม พวกเขาต่างก็แย่สำหรับผู้เทรดจากประเทศอื่นๆ ในกรณีนี้ ถือว่าจริงอย่างที่สุดสำหรับสถานที่อย่าง แอฟริกา และ เอเชีย ตัวอย่างเช่น สำหรับประเทศในเอเชียส่วนใหญ่ ทันทีที่ผมทำการฝากเงินผ่านทางบัตรเครดิต ผมจะถูกคิดค่าบริการที่ 1.7% ถึง 4% ของเงินฝากทั้งหมด เราต่างก็ทราบกันดีว่ายากเพียงใดที่จะได้รับเงิน 5% ในแต่ละเดือน ทีนี้เรายังต้องมาจ่าย 4% ของเงินจำนวนนั้นให้กับธนาคาร? ดังนั้น จึงไม่มีข้อดีใดๆในการเทรดกับโบรกเกอร์เหล่านั้น นี่ถือเป็นเหตุผลแท้จริงที่ผมเลือกโบรกเกอร์ ECN ซึ่งมีระบบชำระเงินในท้องถิ่นให้เป็นโบรกเกอร์ที่ดีที่สุด
เงื่อนไขที่พิเศษ
ราคาอ้างอิง ECN ที่ยอดเยี่ยม
หนึ่งในข้อดีที่น่าสนใจของ ECN ก็คือค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างต่ำ และความโปร่งใส แต่ความผันผวนที่มีนั้นสูงเกินไป นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ไม่ปลอดภัยสำหรับผู้เริ่มต้น ไม่มีความเสถียรในราคาอ้างอิง และการคลาดเคลื่อนของราคาก็สูงไปมาก ผลลัพธ์ก็คือ โบรกเกอร์ ECN ที่มีการคลาดเคลื่อนของราคาน้อยกว่า และราคาอ้างอิงที่เสถียรกว่า มักได้รับความชื่นชอบ
ระบบช่วยเหลือที่ยอดเยี่ยม
โบรกเกอร์จำนวนมากให้บริการช่วยเหลือออนไลน์ผ่านทางภาษาอังกฤษเท่านั้น อย่างไรก็ตาม โบรกเกอร์ forex ที่ดีที่สุด 2019 (https://brokerreview.net/best-forex-broker-in-thailand) ในลิสต์ข้างต้นนั้น มีการรองรับมากกว่า 20 ภาษา พวกเขาสามารถให้ความช่วยเหลือผ่านทางเครื่องมือต่างๆอย่างเช่น Live chat สำนักงานท้องถิ่น หรือแม้กระทั่ง โทรศัพท์ สำหรับที่มีผู้ใช้จำนวนมากอย่าง ไทย จีน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง อังกฤษ พวกเขาสามารถช่วยเหลือลูกค้าได้ ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์
โบรกเกอร์ TOP 5 เหล่านี้ ทำงานเป็นหลักในพื้นที่ แอฟริกา และ เอเชีย พวกเขาชื่นชอบประเทศ อาหรับ อิหร่าน รัสเซีย เวียตนาม แอฟริกาใต้ มาเลเซีย อินโดนีเซีย จีน ไทย ฯลฯ สุดท้ายแล้ว ประเทศเหล่านี้ต่างก็เป็นตลาดใหญ่ในการเทรดฟอเร็กซ์
โดยปกติแล้ว โบรกเกอร์เหล่านี้มีสำนักงานท้องถิ่นในสถานที่อย่าง ดูไบ อินโดนีเซีย มาเลเซีย จีน และ ไทย
อีกทั้งพวกเขายังให้บริการผ่านทางการแชตสดและผ่านทางโทรศัพท์
ตัวอย่างเช่น:
--> Exness สามารถรองรับผู้เทรด 13 ภาษา ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง
--> XM สามารถรองรับผู้เทรด 30 ภาษา ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง
--> FXPro สามารถรองรับผู้เทรด 19 ภาษา

Author's Bio: 

Fanara Filippo is an expert with many years of experience trading with brokers in Thailand and over world