ความคิดเห็น FBS (https://brokerreview.net/fbs-%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B9%...)นั้น เป็นหนึ่งในโบรกเกอร์ที่โด่งดังที่สุดในหมู่เทรดเดอร์ชาวเอเชีย แต่ยังคงมีความสับสนอยู่บ้างเกี่ยวกับโบรกเกอร์รายนี้ เพื่อให้เทรดเดอร์มีตัวเลือกโบรกเกอร์ที่ดีที่สุด ผมต้องทำการเผยแพร่ข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโบรกเกอร์รายนี้ เพื่อความสะดวกสบายของเหล่าเทรดเดอร์
FBS นั้นก่อตั้งขึ้นในปี 2009 และให้บริการมาถึง 35 คู่สกุลเงิน, 4 โลหะล้ำค่า, 2 CFD, และ cryptocurrency ในความเห็นของผม FBS มีมาตรฐานครบถ้วน สำหรับการที่จะเป็นโบรกเกอร์ที่ดีที่สุดในโลก แล้วมาตรฐานเหล่านั้นคืออะไรบ้าง? หากคุณมีข้อสงสัยใดๆเกี่ยวกับสิ่งนั้น โปรดอ่านจนถึงตอนจบของบทความนี้
ด้านล่างนี้คือมาตรฐานที่ผมจะมีการกล่าวถึงในบทความนี้:
- ความน่าเชื่อถือ
+ กฎเกณฑ์
- ค่าใช้จ่ายในการเทรด
+ โบรกเกอร์ forex ที่แพร่กระจายต่ำสุด (https://brokerreview.net/lowest-spread-brokers-2018)
+ ค่าคอมมิชชั่น
+ โบนัส
- เงื่อนไขการเทรด
+ ประเภทบัญชี
+ ระบบการชำระเงิน
+ คุณภาพราคาอ้างอิง
- การบริการลูกค้า
+ สำนักงานท้องถิ่น
+ ความพร้อมให้บริการ
ในเวลาเดียวกัน ผมจะทำการเปรียบเทียบโบรกเกอร์รายนี้ กับโบรกเกอร์ที่ใหญ่ที่สุด อย่างเช่น Exness และ XM => ความคิดเห็น Exness (https://brokerreview.net/exness-thailand-reviews)

1. ความน่าเชื่อถือของโบรกเกอร์ FBS

อันที่จริงแล้ว เมื่อคุณกล่าวถึงความน่าเชื่อถือ นั่นหมายถึงการพิจารณาเกี่ยวกับ ใบอนุญาต และ กฎเกณฑ์ ของตัวโบรกเกอร์ หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการตัดสินโบรกเกอร์ ก็คือกฎเกณฑ์ของพวกเขานั่นเอง กฎเกณฑ์คือมาตรฐานที่องค์กรการเงินซึ่งได้รับความไว้ใจนั้น มอบให้เพื่อทำการบริหารจัดการตัวโบรกเกอร์ กฎเกณฑ์นั้นทำให้เราสามารถมั่นใจได้ว่า โบรกเกอร์ได้ทำตามเงื่อนไขเฉพาะต่างๆ เพื่อเป็นการรับประกันความปลอดภัยของผู้เทรด และกฎเกณฑ์เหล่านี้ ล้วนปฏิบัติตามได้อย่างยากยิ่ง ดังนั้น จึงมีเพียงโบรกเกอร์รายใหญ่เท่านั้น ที่จะสามารถผ่านมาตรฐานของกฎเกณฑ์เหล่านี้ FBS ได้ครอบครองกฎเกณฑ์อย่างเช่น CySEC และ IFSC – ซึ่งต่างก็จัดอยู่ในกฎเกณฑ์ที่เชื่อถือได้มากที่สุด ดังนั้น เทรดเดอร์จึงสามารถสบายใจได้ว่า พวกเขาอยู่ในสถานการณ์ที่ปลอดภัย
ผู้คนมากมายมีความเชื่อว่า ยิ่งมีกฎเกณฑ์จำนวนมากนั้น เท่ากับโบรกเกอร์ยิ่งสามารถเชื่อถือได้ ซึ่งถือว่าเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากกฎเกณฑ์นั้น เป็นสิ่งที่ใช้ในการปกป้องเทรดเดอร์จากการสูญเสีย รวมถึงการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายในประเทศของพวกเขา หากประเทศของคุณมีกฎเกณฑ์ คุณควรเทรดกับโบรกเกอร์ที่ได้รับกฎเกณฑ์ของประเทศคุณ คุณไม่จำเป็นต้องหาโบรกเกอร์รายอื่นที่มีกฎเกณฑ์จำนวนมากๆ กฎเกณฑ์จากประเทศของคุณนั้น ถือว่าเพียงพอแล้ว ที่จะปกป้องพวกคุณในการเทรด ตัวอย่างเช่น FBS มีกฎเกณฑ์ IFSC – จากแอฟริกาใต้ ดังนั้น เทรดเดอร์ชาวแอฟริกาใต้จึงสามารถเชื่อถือในตัวพวกเขาได้ เมื่อทำการเทรดร่วมกับ FBS ในขณะที่ประเทศของคุณไม่มีกฎเกณฑ์ คุณควรหาโบรกเกอร์ที่มีกฎเกณฑ์ซึ่งได้รับความไว้วางใจ และโบรกเกอร์ FBS นั้น ก็ได้มีการครอบครอง CySEC ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกฎเกณฑ์ที่ได้รับความไว้วางใจในโลก หากมีกฎเกณฑ์จำนวนมากจนเกินไป จะเกิดข้อจำกัดขึ้นมากมายสำหรับตัวโบรกเกอร์ และรวมถึงตัวเทรดเดอร์เช่นกัน กฎเกณฑ์ถือเป็นเพียงสัญญาณเพื่อแสดงว่าโบรกเกอร์นั้นเชื่อถือได้ และเป็นการปลอดภัยที่จะร่วมเทรดกับพวกเขา

2. ค่าใช้จ่ายการเทรดของโบรกเกอร์ FBS

เมื่อพูดถึงค่าใช้จ่ายในการเทรดของโบรกเกอร์ เรามักจะนึกถึง สเปรด, ค่าคอมมิชชั่น, และโบนัส สเปรดนั้นคือส่วนต่างระหว่างราคาซื้อและราคาขายของคู่สกุลเงิน FBS ได้ให้บริการด้วยสเปรดต่ำที่ 0.2 ถึง 1.1 ปิ๊ป ซึ่งจัดเป็นหนึ่งในโบรกเกอร์ที่สเปรดต่ำที่สุดในโลก โบรกเกอร์บางรายคิดค่าสเปรดเป็นรายได้ รายอื่นๆนั้นใช้ค่าคอมมิชชั่น และ FBS นั้น ก็มีค่าคอมมิชชั่นเช่นกัน ขึ้นอยู่กับประเภทของบัญชี FBS ได้ให้บริการด้วยอัตราค่าคอมมิชชั่นที่ต่างกัน สำหรับบัญชี Cent และ Standard นั้น ไม่มีค่าคอมมิชชั่น

โบนัสของ FBS: โบรกเกอร์ FBS นั้น ได้ให้บริการโบนัสที่หลากหลายประเภท เพื่อเป็นการสนับสนุนเทรดเดอร์ของพวกเขา ตัวอย่างเช่น โบนัสต้อนรับ, โบนัสเงินฝาก, หรือโบนัสประจำ โบนัสของพวกเขามีอัตราที่สูงเป็นอย่างมาก ซึ่งอยู่ที่ $123 ลำดับแรก โบนัสต้อนรับอยู่ที่ $50 นั่นหมายความว่า เทรดเดอร์จะได้รับการโอนเงินจำนวน $50 ทันทีที่พวกเขาลงทะเบียนบัญชีในระบบของ FBS FBS คืนเงิน 100% ของจำนวนเงินฝาก เมื่อเทรดเดอร์ทำการฝากเงินจำนวนหนึ่งเข้าในระบบการเทรด อีกทั้งยังมีโปรแกรม Cashback ซึ่งจะคืนเงินให้กับเทรดเดอร์ $7 สำหรับทุกๆล็อตที่เสร็จสิ้น

3. เงื่อนไขในการซื้อขายของ FBS

ในระบบของ FBS นั้น ประกอบไปด้วยบัญชี 4 ประเภท ซึ่งแบ่งออกเป็นบัญชีทั่วไป (บัญชี Cent, บัญชี Standard, Fixed Spread หรือบัญชีสเปรดคงที่) และบัญชี ECN แต่ละบัญชีต่างก็มีคุณสมบัติและเทรดเดอร์เป็นของตนเอง
บัญชี Cent: บัญชีประเภทนี้ออกแบบมาเพื่อเทรดเดอร์หน้าใหม่และผู้เริ่มต้นโดยเฉพาะ ด้วยบัญชีประเภทนี้ เทรดเดอร์ต้องฝากเงินเพียง $1 เพื่อทำการเทรดในระยะเวลา 1 เดือน เนื่องจากผู้เริ่มต้นการเทรดนั้น มักมีการสูยเสียในการเทรดครั้งแรก สเปรดนั้นอยู่ที่เพียง 1 ปิ๊ป ปริมาณออเดอร์นั้น มีตั้งแต่ที่เพียงล็อต 0.01 Cent ถึง 1000 ล็อต ด้วยเหตุนี้ เทรดเดอร์จะสามารถหลีกเลี่ยงการสูญเสียเงินจำนวนมากไปได้
บัญชี Standard: เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์มาก มักจะเลือกทำการเทรดด้วยบัญชีประเภทนี้ เงินฝากขั้นต่ำอยู่ที่เพียงประมาณ $100 ซึ่งถือว่าต่ำเป็นอย่างมาก และด้วยสเปรดซึ่งอยู่ที่เพียง 0.5 ปิ๊ป พร้อมกับเลเวอเรจที่ถือว่าสูงมากถึง 1:3000 เลเวอเรจสูงที่สูงก็ถือว่าเป็นข้อดีสำหรับผู้เทรด บัญชี Standard นั้นปราศจากค่าคอมมิชชั่นเช่นกัน เทรดเดอร์จะไม่ต้องกังวลมากนัก เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการเทรด เนื่องมาจากปัจจัยที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้
บัญชี Fixed Spread: (หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า บัญชีสเปรดเป็นศูนย์) บัญชีประเภทนี้ไม่มีค่าสเปรด รายได้หลักของพวกเขามาจากค่าคอมมิชชั่นซึ่งอยู่ที่ $20 เงินฝากขั้นต่ำนั้นเริ่มต้นที่ $500 ปัจจัยอื่นๆนั้นเหมือนกันกับของบัญชี Standard
บัญชี ECN: นี่คือบัญชีสำหรับผู้เทรดที่เชี่ยวชาญ และผู้เทรดระยะยาวโดยเฉพาะ เงินฝากขั้นต่ำนั้นอยู่ที่ $1000 ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูง แต่ในทางกลับกัน ค่าคอมมิชชั่นนั้นต่ำกว่าโบรกเกอร์อื่นๆเป็นอย่างมาก ($6) เหมือนกับ Exness และ XM ($5 และ $6 ตามลำดับ) => รีวิวอัพเดทโบรกเกอร์ XM (https://brokerreview.net/xm-reviews-2018)

4. ระบบการชำระเงินและฝ่ายบริการลูกค้า

โบรกเกอร์ US และ UK นั้น ถือเป็นโบรกเกอร์ที่ดีที่สุดในประเทศของพวกเขา แต่สำหรับในต่างประเทศนั้น พวกเขาไม่ค่อยมีชื่อเสียงมากนัก เนื่องมาจากปัจจัยบางประการ ประเทศในเอเชียอย่างเช่น ไทย หรือ อินโดนีเซีย หากเทรดเดอร์ทำการฝากเงินด้วยบัตรเครดิต ธนาคารของพวกเขาจะคิดค่าบริการตั้งแต่ 1.7 ถึง 4% ของจำนวนเงินทั้งหมด เงินทุน เนื่องจากต้องจ่ายเงิน 4% เพื่อเพียงการฝากเงิน เทรดเดอร์จึงมักไม่เต็มใจที่จะทำการเทรดกับพวกเขา นั่นคือเหตุผลหลักๆ ที่เทรดเดอร์ควรเลือกโบรกเกอร์ forex ที่ดีที่สุด 2019 (https://brokerreview.net/best-forex-broker-in-thailand) ซึ่งมาพร้อมกับระบบการชำระเงินในท้องถิ่นที่ดีที่สุดเช่นกัน FBS คือหนึ่งในโบรกเกอร์เหล่านั้น ผู้ซึ่งมาพร้อมระบบการชำระเงินท้องถิ่นที่ดีเยี่ยม พวกเขาให้เทรดเดอร์สามารถฝากและถอนเงิน ผ่านทางธนาคารท้องถิ่น หรือ e-wallet สำหรับบางประเทศในเอเชีย ความเร็วในการทำธุรกรรมนั้นถือว่าเร็วเพียงพอ ใช้เวลาเพียงครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมงก็สำเร็จ ต่างจากเวลาหลายชั่วโมงหรือหลายวันอย่างโบรกเกอร์รายอื่นๆ
ฝ่ายบริการลูกค้าของ FBS นั้นน่าประทับใจมาก พวกเขาให้ความช่วยเหลือเทรดเดอร์ ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ในภาษาอังกฤษ ผ่านช่องทาง live chat คุณสามารถขอให้พวกเขาโทรกลับได้ หากคุณต้องการ สำหรับเทรดเดอร์ที่ไม่พูดภาษาอังกฤษ พวกเขาได้มีการสร้างสำนักงานใน อินโดนีเซีย มาเลเซีย อียิปต์ ไทย จีน เกาหลี และ พม่า เพื่อช่วยเหลือเทรดเดอร์ในเวลาทำการ

Author's Bio: 

Fanara Filippo is a multi-year trading expert with big brokers around the world: XM, Exness, FBS, Hotforex