ท่ามกลางโบรกเกอร์ที่ผมได้ทำการเทรดด้วย ผมพบว่า XM คือผู้ที่ดีที่สุด ในแง่ของการบริการ และเงื่อนไขในการซื้อขาย XM นั้นก่อตั้งในปี 2009 และมีลูกค้ามากกว่า 1,500,000 ราย จากทั้ง 196 ประเทศ นอกจากนั้น XM ยังได้ไปเยือนมากกว่า 120 ประเทศ เพื่อพบปะลูกค้าและหุ้นส่วนของพวกเขาทั่วโลก เพื่อให้ความรู้กับเทรดเดอร์ และเปิดโอกาสให้พวกเขา สามารถทำการตัดสินใจในการเทรดได้ดียิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม มีผู้เทรดจำนวนไม่มาก ที่ทราบว่า ความคิดเห็น XM (https://brokerreview.net/xm-reviews-2018) นั้นดีเพียงใด นั่นคือเหตุผลที่ผมเขียนบทความนี้ เพื่อมอบการรีวิวอย่างละเอียดของ XM – โบรกเกอร์ที่กำลังมาแรงในปี 2018 รีวิวฉบับนี้ เกี่ยวกับเรื่องของกฎเกณฑ์ เงื่อนไขในการซื้อขาย ค่าใช้จ่ายการเทรด แพลตฟอร์มการเทรด ระบบการชำระเงิน และประเภทของบัญชี

1. ค่าใช้จ่ายการและข้อดีในการเทรดกับ XM

โดยปกติแล้ว เทรดเดอร์มักเลือกโบรกเกอร์ที่มีค่าใช้จ่ายในการเทรดสมเหตุผล และมีราคาธุรกรรมที่ต่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับผู้เกร็งกำไรที่เป็นเจ้าของหลายธุรกรรมในเวลาเดียวกัน
สอดคล้องกัน XM มีสเปรดที่ต่ำกว่าโบรกเกอร์ forex ที่แพร่กระจายต่ำสุด (https://brokerreview.net/lowest-spread-brokers-2018) US และ UKอย่าง FXCM และ Forex.com สเปรดนั้นคือ 1.7 ปิ๊ป สำหรับคู่สกุลเงิน EUR/USD ในการเทรดบัญชีทั่วไป และค่าคอมมิชชั่น $6 สำหรับการเทรดบัญชี ECN ในขณะที่โบรกเกอร์อื่นๆนั้น อยู่ที่ประมาณ $7 สำหรับการเทรดบัญชี ECN โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกเขามีบริการโปรแกรมลูกค้าประจำ ซึ่งจะคืนเงินจำนวนหนึ่งให้กับบัญชีของคุณอัตโนมัติ เมื่อคุณสิ้นสุดการทำธุรกรรมหรือล็อต ด้วยโปรแกรมเช่นนั้น คุณสามารถลดค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อีกทั้ง XM ยังมีบริการโบนัสฝากเงิน ซึ่งทำให้คุณสามารถได้รับเงินเพิ่มโดยขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่คุณฝาก โปรแกรมดังกล่าวนั้น สามารถลดค่าใช้จ่ายในการเทรดของคุณ และทำให้คุณได้รับเงินเพิ่มสูงถึง $5000 จากโปรแกรมโบนัสเงินฝากของพวกเขา ด้วยอัตราการฝากเงินสูงสุดอยู่ที่ 100%

2. รีวิวกฎเกณฑ์

กฎเกณฑ์ถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากในตลาดฟอเร็กซ์ เนื่องจากกฎเกณฑ์สามารถชี้วัดความน่าเชื่อถือของโบรกเกอร์ได้ โบรกเกอร์ผู้ที่มีใบอนุญาตและกฎเกณฑ์นั้น มักจะเชื่อถือได้ เนื่องจากการได้รับมาซึ่งกฎเกณฑ์นั้น ถือว่าเป็นเรื่องยากอย่างแท้จริง
กฎเกณฑ์จาก U.S. และ UK นั้น เรียกได้ว่ามีความสมบูรณ์แบบ เนื่องมาจากระบบบริหารการเงินของ U.S. และ UK หากโบรกเกอร์ใดสามารถได้รับหนึ่งในกฎเกณฑ์เหล่านี้ พวกเขาจะมีแพลตฟอร์มการเทรดที่ดีที่สุด รวมถึงความเชี่ยวชาญ ความมั่นคงทางการเงิน และระบบบริหารจัดการ ด้วยเหตุนั้น ผมจึงถือว่า XM คือหนึ่งในโบรกเกอร์ที่มีกฎเกณฑ์และดีที่สุด เนื่องจาก XM มีกฎเกณฑ์ FCA จาก UK, CySEC จากไซปรัส, ASIC จากออสเตรเลีย, และ FSB จากแอฟริกาใต้ เพื่อให้บริการกับเทรดเดอร์ในพื้นที่เหล่านี้ ผลลัพธ์ก็คือ XM เป็นโบรกเกอร์ที่เชื่อถือได้มากที่สุด พร้อมด้วยความสามารถ ในด้านของการปกป้องเทรดเดอร์ในประเทศต่างๆจากทั่วโลก ดังนั้น ผมจึงกล่าวได้ว่า คุณสามารถวางใจใน XM ได้

3. รีวิวแพลตฟอร์มการเทรด

ด้วยแพลตฟอร์มที่ทันสมัยและดีที่สุด อีกทั้งระบบโอนเงินอัตโนมัติ แพลตฟอร์มการเทรดของ XM นั้น สามารถใช้ได้ทั้งบน PC, สมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ต โดยไม่มีการสูญเสียประสิทธิภาพ พวกเขาให้บริการคุณด้วยเครื่องมือทุกอย่างที่คุณต้องการ สำหรับในสร้างผลกำไรของคุณ

4. การบริการลูกค้า

เกณฑ์ข้อนี้คือหนึ่งในเรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับการเลือกฟอเร็กซ์ โบรกเกอร์ (https://brokerreview.net/best-forex-broker-in-thailand) ในตลาดฟอเร็กซ์ที่ซับซ้อน เทรดเดอร์ต้องการความช่วยเหลือที่มากเท่าที่จะเป็นไปได้ จากประสบการณ์ของผม ไม่เคยมีเรื่องไม่พึงประสงค์ใดๆ เกี่ยวกับการบริการลูกค้าของ XM เนื่องจากไม่มีปัญหาทางเทคนิคหรือความไม่สะดวกใดๆ อีกทั้ง XM ยังให้บริการช่วยเหลือด้วยมากกว่า 30 ภาษา รวมถึง ไทย จีน อินโดนีเซีย เวียตนาม ฯลฯ เช่นเดียวกับการรองรับธนาคารท้องถิ่น

5. ระบบการชำระเงิน

เป็นเรื่องสำคัญอย่างมากในการพิจารณาระบบชำระเงิน เมื่อคุณเริ่มทำการฝากหรือถอนเงินที่คุณได้รับมา ระบบการชำระเงินที่ดีนั้น จะมีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้เทรด ระบบนั้นควรจะมีความรวดเร็ว ฟรี และไม่จำกัด ด้านล่างนี้คือระบบชำระเงินทั่วไปที่ดี ซึ่งคุณสามารถใช้เพื่ออ้างอิง
+ ฝากและถอนเงินรวดเร็ว
+ รองรับการชำระเงินภาคท้องถิ่น
+ ค่าธรรมเนียมในการฝากและถอนเงินต่ำ หรือปราศจากค่าธรรมเนียม
+ ขีดจำกัดขั้นต่ำการถอนเงินที่ดี
นอกจากการมีระบบชำระเงินที่ดีที่สุดให้ประเทศในเอเชีย อย่างเช่น จีน ไทย อินโดนีเซีย ฯลฯ XM ยังให้ผู้เทรดสามารถฝากเงินผ่านหลายช่องทางนานาชาติ อย่างเช่น การใช้บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต Neteller, Skrill, Webmoney, PerfectMoney, Bitcoin, Alipay, Nganluong Wallet หรือธนาคารท้องถิ่นอย่าง Bank Central Asia, Bank Mandiri, Bank Negara Indonesia, Bank CIMB NIAGA, Bank Rakyat (ประเทศอินโดนีเซีย), Bangkok Bank, Bank of Ayudhya, Kasikorn Bank, Krung thai Bank, Siam Commercial Bank, Kbank Mobile Banking (ประเทศไทย)

6. ประเภทบัญชี

ปัจจุบัน XM ได้เปิดให้บริการบัญชีอยู่ 3 ประเภท: Micro, Standard และ Zero รายละเอียดเพิ่มเติมด้านล่าง:
- บัญชี Micro
ประเภทนี้เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น ด้วยสเปรดที่ต่ำและปราศจากค่าคอมมิชชั่น เนื่องจากเงินฝากขั้นต่ำอยู่ที่ $5 แต่มี XM เลเวอเรจที่สูงถึง(https://brokerreview.net/%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%84%E...) 1:888 ทุกบัญชีสามารถเปิดได้ 200 คำสั่งซื้อขายในเวลาเดียวกัน
- บัญชี Standard
ประเภทนี้เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ผู้มีประสบการณ์ มีความแตกต่างที่เห็นได้ชัดอยู่บ้าง เมื่อเทียบกับบัญชี Micro: ขนาดสัญญาที่ให้บริการนั้นใหญ่กว่าถึงร้อยเท่า - 100,000 ต่อ 1 ล็อต ล็อตการเทรดขั้นต่ำนั้นเท่ากันทั้งสองแพลตฟอร์ม MT และข้อจำกัดล็อตต่อ Ticket อยู่ที่ 50 - ครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับบัญชี Micro
- บัญชี Zero
นี่คือประเภทที่มีค่าคอมมิชชั่นเป็นหลัก และมีราคาที่น่าจับตามองที่สุด สเปรดโดยทั่วไปของคู่สกุลเงิน EUR/USD อยู่ที่ 0.1 ปิ๊ป และราคา all-in สำหรับการเทรดอยู่ที่ 1.1 ปิ๊ป
อีกทั้งยังมี บัญชี XM Islamic สำหรับลูกค้าผู้เดินตามความเชื่อชาวมุสลิม นี่คือบัญชีประเภทที่ไม่มีสวอป สำหรับเทรดเดอร์ผู้นับถืออิสลาม

ด้านล่างนี้คือคำแนะนำสำหรับคุณจากผม ว่าด้วยประสบการณ์และระยะเวลาของผมกับ XM:
+ บัญชี Micro นั้น มีสภาพแวดล้อมการเทรดที่ยอดเยี่ยม หากคุณต้องการศึกษาเกี่ยวกับตลาดฟอเร็กซ์
+ เงื่อนไขในการซื้อขาย Cryptocurrency นั้น ถือว่าดีที่สุด นั่นหมายความว่าคุณสามารถหาประโยชน์จากจุดนี้ได้
+ XM มักรองรับการชำระเงินผ่านทางธนาคารท้องถิ่นของคุณ ดังนั้น หากธนาคารท้องถิ่นของคุณมีการรองรับ คุณควรประยุกต์ใช้ในจุดนี้ เนื่องจากไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆทั้งสิ้น
+ สเปรดในเวลากลางวันของ XM นั้น ต่ำกว่าสเปรดในเวลากลางคืนอยู่เสมอ ดังนั้น การเทรดในเวลากลางวัน จึงดูเป็นการตัดสินใจที่สมเหตุผลมากกว่า

Author's Bio: 

Filippo is an expert in finance worldwide